ยามเย็นของสามวันก่อน
ลูกค้าของข้าพเจ้าเดินมาพร้อมกับนกกระจอกในมือ
เขายื่นให้ข้าพเจ้า แล้วบอกว่า พบมันตกที่หน้าบ้านเขา สงสัยรถคงจะชนมัน
ถ้านกบินต่ำมากๆ มาเจอกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง
ก็เป็นไปได้ ที่ผลจะออกมาเช่นนี้
ข้าพเจ้าหยิบมันมาใส่ในมือ และพบว่าเลือดสีแดงข้นไหลออกมาจากปากของมัน
ข้าพเจ้า ถามหาโรงพยาบาลสัตว์
ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบจากปากใครๆ
ข้าพเจ้าคลายมือที่กำมันไว้ เพราะรู้สึกว่าร่างกายมันพยายามจะลุกขึ้น
"เฮ้ย สงสัยจะรอดแล้วพี่" ข้าพเจ้าว่า
แต่แทนที่นกมันจะค่อยๆขยับตัวเหมือนใจข้าพเจ้าคิด
อยู่ๆ มันก็ออกแรงบินเสียอย่างั้น
แรงมันคงหมด ในเวลาที่ตัวมันอยู่ท่ามกลางอากาศของเวลาห้าโมงเย็น
มันหุบปีก และดิ่งเอาหัวลงกระแทกพื้น
และหลังจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆของมันอีก..
ข้าพเจ้า ห่อมันด้วยผ้าขนหนู เอานิ้วกดหวังจะปั๊มหัวใจ
"ฟื้นซิฟื้น บินอีกทีซิวะ บินซิเฮ้ย"
การกระทำดังกล่าวกลายเป็นเรื่องตลกของลูกค้าไปเสียนี่
ข้าพเจ้าพามันขึ้นรถ และกลบฝังมันหลังบ้าน ในเวลาสุดท้ายของแสงอาทิตย์วันนั้น
......................................................
สองวันก่อน ข้าพเจ้าขนของลงจากรถใส่รถเข็น เพื่อจะนำสัมภาระขึ้นไปไปยังห้องของโรงแรม
ขณะที่เข็นอยู่ดีๆ นกอะไรไม่รู้ก็ถลาลงจากฟ้ามากระแทกพื้น
ข้าพเจ้าเดินไปอุ้มมันขึ้นมา
ขณะที่พนักงานโรงแรม ที่เห็นเหตุการณ์บอกว่ามันคือนกกางเขน
เห็นนกมันจิกตีกัน แถวระเบียงด้านบน ไม่นึกว่ามันจะตีกันแรงขนาดนี้
ข้าพเจ้าอุ้มมันมาใส่ในกล่อง วางไว้ตรงระเบียงห้อง
ดูท่าทางขามันจะหัก ได้แต่ขยับ แต่บินไม่ได้
ข้าพเจ้าเทน้ำใส่ฝาน้ำอัดลม วางไว้ในกล่องเผื่อมันอยากจะกิน
ข้าพเจ้าคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่านกแบบนี้มันกินอะไร
ก็เลยเอาขนมปังกรอบ จะหักให้กิน
แต่ขณะที่ออกแรงบิดขนมปังเหนือกล่องนั้น
นกคงตกใจ รีบบินออกมาในทันใด แรงจนน้ำที่วางไว้ในกล่องหกกระเซ็น
มันบินจากไป บนระเบียงของชั้นหก
ข้าพเจ้ากลัวมันจะบินตกลงไปข้างล่าง
แต่สถานการณ์คราวนี้ไม่เหมือนครั้งนกกระจอกตัวนั้น
มันบินหายลับไปในมุมอาคาร
ข้าพเจ้ามองขนมปังในมือ และเหลียวดูน้ำที่หกในกล่อง
มันจะเคยได้กินบ้างหรือเปล่าไม่รู้
................................
เมื่อวานนี้ขณะที่ออกไปหาลูกค้า
ข้าพเจ้าพารุ่นน้องซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานไปด้วยคนหนึ่ง
หน้าร้านลูกค้าปิด และมีชายเนื้อตัวมอมแมม ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาดๆ นอนอยู่แถวนั้น
"คนบ้าว่ะพี่" น้องมันสะกิดบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามองสายตาของน้องมัน และรู้สึกปวดใจ
ข้าพเจ้าเดินไปหน้าร้าน เพื่อรอลูกค้า เป็นสถานที่เดียวกันกับที่ข้าพเจ้าและชายคนนั้นเผชิญหน้ากัน
"เหม็นชิบหายเลย" น้องมันพูดกระซิบ
ข้าพเจ้าเห็นด้วย เนื้อตัวเขาเป็นแผลที่เกิดจากเชื้อรา
หนวดเครารุงรัง ดูท่าจะไม่ได้อาบน้ำมาแรมปี
"ขอเงินสิบบาท" ชายคนนั้นว่า
"ไม่มีครับ" ข้าพเจ้าพูดโดยไม่คิด ถ้าคิดก่อน คำตอบจะไม่เป็นแบบนั้น
หลังจากที่ข้าพเจ้าปฏิเสธ ชายคนนั้นก็ยิ้มกว้าง แล้วทำท่าจะลงไปนอนบนพื้นต่อ
ข้าพเจ้าสะกิดเขา และยื่นเงินให้ยี่สิบบาท
"เอ้า ..เห็นว่ายิ้มสวย"
ข้าพเจ้า แพ้ยิ้มแบบนี้จริงๆ ไม่ว่าจะปรากฏบนใบหน้าหญิงหรือชาย
มันเป็นยิ้มที่เกิดจากการพลาดหวังในสิ่งที่ต้องการ
คนที่ไม่เสียใจกับการผิดหวัง ข้าพเจ้ารักคนแบบนี้จริงๆ
"พี่นี่เป็นคนดีนะ ให้เงินคนบ้าด้วย" น้องมันพูดกับข้าพเจ้าในรถ
"ไม่ได้เป็นคนดี แค่รู้สึกเห็นใจเขา ใจเขาใจเราว่างั้น อีกอย่างเขาอาจจะไม่ได้บ้าก็ได้ อาจจะอยากใช้ชีวิตเสรี ไม่แคร์ใคร ค่ำไหนนอนนั่น ใครจะไปรู้วะ"
"แหม ทำยังกะเป็นคนบ้าเหมือนกัน เลยเข้าใจกัน"
"เออ"
คำว่า "เออ" ของข้าพเจ้า ไม่ได้พูดประชด หรือพูดแบบไม่คิด
แต่ "เออ" คือการยอมรับข้อเท็จจริงต่างหาก
ข้าพเจ้ามีช่วงชีวิต ที่ถูกทุกคนในโรงเรียนและญาติพี่น้องหาว่าข้าพเจ้าบ้ามาก่อน
จนถึงขนาดต้องย้ายสถานที่เรียน เพียงเพื่อหนีจากคำพูดเหล่านั้น
ข้าพเจ้า เคยถูกคนมองด้วยสายตาเหยียดแบบที่น้องมันมองชายคนนั้นมาก่อน
ข้าพเจ้าเคยผ่านช่วงทรมานจากการไม่มีข้าวกินมานับครั้งไม่ถ้วน
และข้าพเจ้าก็เคยยิ้มกว้าง แบบชายคนนั้นมาหลายครั้งหลายหนเช่นกัน
............................
วันนี้ ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา และพบว่าตู้เสื้อผ้าหมุนได้
ถ้าพิจารณาให้ดี จะพบว่านอกจากตู้เสื้อผ้าแล้ว
ข้าวของทุกอย่าง รวมกระทั่งฝ้าเพดานก็หมุนไปในทิศทางเดียวกัน
ข้าพเจ้าหลับตา และเริ่มรู้สึกอยากอาเจียน
ความนุ่มของเตียงกลายเป็นนรก ในวันที่ตื่นขึ้นมาพร้อมความป่วยไข้
ข้าพเข้าเลื้อยตัวลงจากเตียง ไหลไปเพื่อพบกับความแข็งของพื้นห้อง
นอนเอาหน้าแนบพื้น ในวังวนของการวิงเวียน
ข้าพเจ้านอนอาเจียนเอาน้ำย่อยออกมาไหลตรงมุมปาก
ระดับน้ำย่อยบนพื้นกับระดับริมฝีปากอยู่ในระนาบเดียวกัน
บนชั้นหก ห้องสุดท้าย ข้าพเจ้าอยู่คนเดียวในชั้นนี้
นอกจากหายใจและกระพริบตา ก็ไร้เรี่ยวแรงจะทำอะไร
ข้าพเจ้านึกถึงนกกระจอก ที่ถูกรถชนจนเลือดออกปากตัวนั้น
มันจะรู้สึกทรมานเช่นนี้ จนตัดสินใจกระโดดเอาหัวโขกพื้นหรือเปล่า
ข้าพเจ้านึกถึง ชายคนนั้น ป่านนี้เขาจะไปไหน จะออกเดินทางไปที่แห่งใด
ในเวลาที่ข้าพเจ้านอนไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัว
โลกยังคงหมุน และหมุนแรงจนเหวี่ยงเอาระบบประสาทข้าพเจ้าสับสนพัวพันจนหน้ามืด
ข้าพเจ้าลืมตา มองดูเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า
นกกางเขนตัวนั้น บินไปไหน..
.
.
.
.
.
.
ข้าพเจ้าคิดถึงมัน และยิ้มกว้าง..กว้าง